ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารสายยาง อาหารปั่นผสม สามารถทำให้ท้องเสียได้หรือไม่  (อ่าน 3 ครั้ง)

ออฟไลน์ siritidaphon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 36
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
อาหารสายยาง อาหารปั่นผสม สามารถทำให้ท้องเสียได้หรือไม่

"สามารถทำให้ท้องเสียได้แน่นอนครับ" และจริงๆ แล้วอาการท้องเสียถือเป็นปัญหาที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยที่ให้อาหารปั่นผสม (Blenderized Diet) เลยทีเดียว

ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวอาหารเอง แต่มาจาก "กระบวนการ" ครับ ผมสรุปสาเหตุสำคัญและวิธีป้องกันไว้ให้ดังนี้:

1. การปนเปื้อนของเชื้อโรค (ความสะอาด)

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด:

อุปกรณ์ไม่สะอาด: เครื่องปั่น ตะแกรงกรอง หรือไซริงค์ที่ล้างไม่สะอาดหรือมีคราบอาหารเก่าค้างอยู่ เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดี

ล้างมือไม่สะอาด: ผู้เตรียมอาหารอาจนำเชื้อโรคลงไปในอาหารระหว่างการปรุงหรือการเท

วิธีแก้: ต้องล้างอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยน้ำยาล้างจานและ "ลวกน้ำร้อน" ทุกครั้งก่อนใช้งาน และล้างมือให้สะอาดตามหลัก 7 ขั้นตอนครับ


2. อุณหภูมิและการเก็บรักษา

เก็บนานเกินไป: อาหารปั่นที่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หรือแช่ตู้เย็นเกิน 24 ชั่วโมง จะเริ่มบูดเสียแม้กลิ่นจะยังไม่ชัดเจน

อาหารเย็นจัด: การนำอาหารออกจากตู้เย็นแล้วฉีดให้ผู้ป่วยทันที ความเย็นจะไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวแรงและเร็วผิดปกติ ทำให้ท้องเสียได้

วิธีแก้: นำอาหารออกมาพักให้หายเย็น (อุณหภูมิห้อง) ก่อนให้ และยึดกฎ "ทำใหม่วันต่อวัน" ครับ


3. สูตรอาหารและการย่อย

น้ำตาลหรือไขมันสูงไป: หากใส่กล้วยน้ำว้าเยอะเกินไป หรือใส่น้ำมันมากเกินไป ลำไส้อาจดูดซึมไม่ทันทำให้น้ำดึงตัวออกมาจนถ่ายเหลว

กากใยน้อยเกินไป: อาหารที่ละเอียดเกินไปจนไม่มีใยอาหารเลย อาจทำให้ลำไส้ไม่บีบตัวตามธรรมชาติ

วิธีแก้: ปรับสัดส่วนอาหารตามสูตรที่นักโภชนาการแนะนำอย่างเคร่งครัดครับ


4. วิธีการให้อาหาร

ฉีดอาหารเร็วเกินไป: การใช้ไซริงค์ดันอาหารพรวดเดียวจบ (Bolus injection) ทำให้ลำไส้ปรับตัวไม่ทัน

วิธีแก้: ค่อยๆ ปล่อยให้อาหารไหลช้าๆ ตามแรงโน้มถ่วง หรือใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีต่อมื้อครับ

📊 ตารางเช็ค: ท้องเสียแบบไหนควรไปหาหมอ?

อาการปกติ (เฝ้าดูได้)                      อาการอันตราย (ควรพบแพทย์) ⚠️

ถ่ายเหลว 1-2 ครั้งต่อวัน แต่ไม่มีไข้    ถ่ายเหลวเป็นน้ำติดต่อกันเกิน 3-5 ครั้ง/วัน
ผู้ป่วยยังดูสดใส ไม่ซึม                    มีไข้ ปวดท้องรุนแรง หรือท้องอืดมาก
อุจจาระสีปกติ ไม่มีมูกเลือด                    อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีกลิ่นเหม็นเน่าผิดปกติ
มีภาวะขาดน้ำ                                (ปากแห้งมาก ตาโหล ปัสสาวะน้อยลง)


💡 เคล็ดลับ

หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการถ่ายเหลว ลองเช็ค "ยา" ที่ผู้ป่วยทานอยู่ด้วยนะครับ ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) บางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้ท้องเสียได้บ่อยมาก หากเป็นจากยาควรรีบแจ้งแพทย์เพื่อปรับยา