ผู้เขียน หัวข้อ: ควรระวัง ผลเสียกับผู้ป่วย ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารสายยาง  (อ่าน 13 ครั้ง)

ออฟไลน์ siritidaphon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 36
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ควรระวัง ผลเสียกับผู้ป่วย ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารสายยาง

การรับประทานอาหารทางสายยาง (Tube Feeding) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่หาก "วิธีการ" หรือ "สภาวะของอาหาร" ไม่ถูกต้อง อาจเกิดผลเสียและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ครับ


ผลเสียและข้อควรระวังสำคัญที่ผู้ดูแลต้องหมั่นสังเกตครับ:

1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร (พบบ่อยที่สุด)

ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารปั่นไม่สะอาด, อาหารมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงเกินไป หรือให้ในอัตราที่เร็วเกินไปจนลำไส้ดูดซึมไม่ทัน

ท้องอืดและสำรอกอาหาร (Gastric Retention): เกิดจากอาหารมื้อเก่าที่ยังย่อยไม่หมดค้างอยู่ในกระเพาะ หากฝืนให้มื้อใหม่เข้าไปจะทำให้แน่นท้องและเสี่ยงต่อการอาเจียน

ท้องผูก (Constipation): เกิดจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือกากใยในอาหารปั่นมีน้อยเกินไป


2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ (อันตรายรุนแรง)

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): หากจัดท่าทางไม่ถูกต้อง อาหารอาจไหลย้อนกลับจากกระเพาะเข้าสู่หลอดลมและปอด ทำให้ติดเชื้อรุนแรง

ข้อระวัง: ต้องยกหัวสูงอย่างน้อย 30−45 องศาขณะให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง


3. ภาวะแทรกซ้อนทางโภชนาการและเลือด (Metabolic)

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ผู้ป่วยมักได้รับน้ำไม่พอหากผู้ดูแลไม่ให้น้ำตาม (Flush) ในปริมาณที่แพทย์กำหนด

น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia): หากสูตรอาหารมีส่วนผสมของน้ำตาลหรือแป้งมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน

Electrolyte Imbalance: ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต


4. ปัญหาที่ตัวสายและผิวหนัง

แผลกดทับจากสาย (Pressure Necrosis): สายยางที่จมูกอาจกดทับปีกจมูกจนเป็นแผล หรือสายหน้าท้องที่แน่นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ

สายยางอุดตัน (Tube Clogging): เกิดจากล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหารหรือยา ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและต้องเปลี่ยนสายใหม่บ่อยครั้ง

🛡️ วิธีป้องกันและแนวทางปฏิบัติ
               
สิ่งที่ต้องทำ                                                    วัตถุประสงค์

ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual)    ป้องกันท้องอืดและสำลัก (หากเหลือเกิน 100-150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหาร)
ล้างมือและอุปกรณ์ทุกครั้ง             ป้องกันการติดเชื้อและท้องเสีย
Flush น้ำ 30-50 ml ก่อน-หลัง    ป้องกันสายตันและภาวะขาดน้ำ
เช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง             มั่นใจว่าอาหารลงกระเพาะ ไม่ได้เลื่อนไปอยู่ที่หลอดอาหารหรือปอด


💡 สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที

ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว ขณะให้อาหาร (สงสัยอาหารเข้าปอด)

ท้องแข็งตึง และผู้ป่วยดูเจ็บปวด

มีเลือดสดๆ ออกมาทางสายยาง

สายหลุด (ห้ามใส่กลับเองเด็ดขาด)