ข้อความโดย: siritidaphon
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:41:04 PM »บริการทำความสะอาด: พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านที่ควรเลิกทำ หยุดทำแล้วบ้านจะสะอาดขึ้นเลย
เวลาเราตั้งใจทำความสะอาดบ้าน เราก็หวังอยากให้บ้านสะอาดปิ๊งใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมว่าบางที พฤติกรรมที่เราคิดว่า "ทำแบบนี้แหละสะอาดชัวร์" หรือนิสัยความเคยชินบางอย่าง กลับเป็นตัวการที่ทำให้ ฝุ่นฟุ้งกระจายกว่าเดิม เชื้อโรคแพร่พันธุ์เร็วขึ้น หรือทำให้เราเหนื่อยฟรีโดยใช่เหตุ 5 พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านที่ควร "เลิกทำ" ทันที หยุดทำปุ๊บ ชีวิตจะง่ายขึ้นและบ้านจะสะอาดขึ้นทันตาเห็นเลยค่ะ!
1. เลิกใช้ "ไม้ขนไก่" ปัดฝุ่นแบบดั้งเดิม
ภาพจำที่เห็นคุณแม่บ้านถือไม้ขนไก่เดินสะบัดปัดฝุ่นตามชั้นวางของ ตู้ทีวี หรือกรอบรูป เป็นสิ่งที่ควรเลิกด่วนที่สุดค่ะ!
ทำไมต้องหยุด: เพราะไม้ขนไก่ไม่ได้ช่วย "เก็บฝุ่น" แต่เป็นการ สะบัดให้ฝุ่นปลิวฟุ้งกระจายขึ้นไปบนอากาศ แล้วลอยไปตกลงบนพื้น เตียงนอน หรือโซฟาเหมือนเดิม แถมยังแย่ต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ และผู้สูงอายุในบ้านด้วยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำบิดหมาด หรือไม้ปัดฝุ่นที่เป็นผ้าใยไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) เช็ดลากไปในทิศทางเดียว ผ้าพวกนี้จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดูดและล็อคฝุ่นให้ติดมากับเนื้อผ้า ไม่ฟุ้งกระจายแน่นอนค่ะ
2. เลิก "ฉีดน้ำยาทำความสะอาด" ลงบนเฟอร์นิเจอร์โดยตรง
เวลาเห็นคราบสกปรกบนโต๊ะอาหาร หน้าเตาแก๊ส หรือหน้าจอกระจก หลายคนชอบหยิบกระบอกสเปรย์มาฉีดพ่นน้ำยาใส่หน้าพื้นผิวแบบเน้นๆ
ทำไมต้องหยุด: การฉีดน้ำยาลงไปตรงๆ จะทำให้เกิดคราบน้ำยาเยิ้มสะสม และความชื้นที่มากเกินไปอาจซึมลงตามร่องไม้หรือร่องอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เฟอร์นิเจอร์พังไว แถมคราบน้ำยาที่แห้งไม่สนิทจะกลายเป็น "กาวดักฝุ่น" ชั้นดี ทำให้ฝุ่นมาเกาะแน่นกว่าเดิมอีกค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ให้ ฉีดน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อน พอให้ผ้าหมาดๆ แล้วจึงนำผ้าไปเช็ดพื้นผิว วิธีนี้ช่วยประหยัดน้ำยา คุมความชื้นได้ดี และไม่ทิ้งคราบเหนียวไว้ดักฝุ่นค่ะ
3. เลิก "กวาดบ้านก่อนปัดฝุ่นชั้นบน" (ทำย้อนศร)
พฤติกรรมนี้เป็นวิถีขยันที่ทำให้เหนื่อยสองเท่า คือการจัดระเบียบ กวาดพื้น ถูพื้นด้านล่างจนเอี่ยมอ่อง แล้วค่อยหันมาเช็ดหลังตู้ ปัดฝุ่นชั้นวางของ หรือถอดฟิลเตอร์แอร์มาล้าง
ทำไมต้องหยุด: เพราะตามหลักแรงโน้มถ่วง เมื่อคุณเช็ดฝุ่นจากที่สูง ฝุ่นละอองเหล่านั้นจะร่วงหล่นลงสู่พื้นด้านล่างทันที เท่ากับว่าพื้นห้องที่คุณเพิ่งกวาดถูไปจนเงาวับ กลับมาสกปรกใหม่อีกรอบทันตาเห็น
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ท่องกฎ "จากบนลงล่าง" (Top to Bottom) เสมอค่ะ เริ่มเคลียร์ฝุ่นจากหลังตู้ ชั้นวางของ โต๊ะอาหาร ลงมาเรื่อยๆ แล้วปิดท้ายมื้อด้วยการกวาดและถูพื้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทีเดียวจบ ไม่เหนื่อยซ้ำซ้อนค่ะ
4. เลิก "ดองเครื่องมือทำความสะอาด" ไว้ล้างทีหลัง
กวาดถูบ้านเสร็จเหนื่อยๆ หลายคนมักจะเอาไม้ถูพื้นพิงกำแพงไว้ ทิ้งถังน้ำดำๆ ไว้ในห้องน้ำ หรือเก็บเครื่องปั่นอาหารที่เพิ่งปั่นซุปเสร็จแช่น้ำทิ้งไว้ในซิงค์ กะว่าเดี๋ยวนอนพักสักครู่ค่อยมาล้าง
ทำไมต้องหยุด: อุปกรณ์ที่เปียกชื้นและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เช่น ผ้าถูพื้นหรือฟองน้ำล้างจาน หากทิ้งไว้ในสภาพอับชื้น แบคทีเรียและ เชื้อราดำ จะเจริญเติบโตพุ่งกระฉูดภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับรุนแรง พอเราเอาไปถูบ้านครั้งต่อไป เท่ากับเรากำลังเอาเชื้อโรคไปทาเคลือบไว้ทั่วบ้านเลยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: กัดฟันทำต่ออีก 5 นาทีค่ะ ซักผ้าถูพื้น ล้างถังน้ำ บิดให้แห้งสนิทแล้วตากในที่ร่มที่มีลมโกรก ส่วนเครื่องครัวและเครื่องปั่นแยกชิ้นส่วนล้างทันทีหลังใช้งาน บ้านจะไร้กลิ่นอับชื้นและสะอาดปลอดภัยระดับสิบค่ะ
5. เลิกใช้ "น้ำยาเยอะเกินไป" เพราะคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งสะอาด
เวลาถูพื้นหรือล้างห้องน้ำ หลายคนชอบเทน้ำยาทำความสะอาดลงไปเยอะๆ จนฟองฟู่ กลิ่นหอมฉุนกึก เพราะรู้สึกสะใจและคิดว่าจะฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่า
ทำไมต้องหยุด: การใส่น้ำยาเกินขนาดจะทำให้ทิ้งคราบฟิล์มเหนียวๆ ของน้ำยาเคลือบอยู่บนผิวพื้น ผลคือเดินแล้วจะรู้สึกเหนียวเท้าเหนอะหนะ และคราบเหนียวนี้จะดูดจับเศษฝุ่น เส้นผม ขนสัตว์ ได้ไวขึ้นเป็น 2 เท่า ทำให้บ้านสกปรกเร็วขึ้นกว่าเดิม แถมกลิ่นที่ฉุนเกินไปก็แฝงสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจด้วยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: อ่านฉลากข้างขวดและใช้ฝาตวงตามอัตราส่วนที่ระบุไว้เป๊ะๆ ก็เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดแล้วค่ะ
เวลาเราตั้งใจทำความสะอาดบ้าน เราก็หวังอยากให้บ้านสะอาดปิ๊งใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมว่าบางที พฤติกรรมที่เราคิดว่า "ทำแบบนี้แหละสะอาดชัวร์" หรือนิสัยความเคยชินบางอย่าง กลับเป็นตัวการที่ทำให้ ฝุ่นฟุ้งกระจายกว่าเดิม เชื้อโรคแพร่พันธุ์เร็วขึ้น หรือทำให้เราเหนื่อยฟรีโดยใช่เหตุ 5 พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านที่ควร "เลิกทำ" ทันที หยุดทำปุ๊บ ชีวิตจะง่ายขึ้นและบ้านจะสะอาดขึ้นทันตาเห็นเลยค่ะ!
1. เลิกใช้ "ไม้ขนไก่" ปัดฝุ่นแบบดั้งเดิม
ภาพจำที่เห็นคุณแม่บ้านถือไม้ขนไก่เดินสะบัดปัดฝุ่นตามชั้นวางของ ตู้ทีวี หรือกรอบรูป เป็นสิ่งที่ควรเลิกด่วนที่สุดค่ะ!
ทำไมต้องหยุด: เพราะไม้ขนไก่ไม่ได้ช่วย "เก็บฝุ่น" แต่เป็นการ สะบัดให้ฝุ่นปลิวฟุ้งกระจายขึ้นไปบนอากาศ แล้วลอยไปตกลงบนพื้น เตียงนอน หรือโซฟาเหมือนเดิม แถมยังแย่ต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ และผู้สูงอายุในบ้านด้วยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำบิดหมาด หรือไม้ปัดฝุ่นที่เป็นผ้าใยไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) เช็ดลากไปในทิศทางเดียว ผ้าพวกนี้จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดูดและล็อคฝุ่นให้ติดมากับเนื้อผ้า ไม่ฟุ้งกระจายแน่นอนค่ะ
2. เลิก "ฉีดน้ำยาทำความสะอาด" ลงบนเฟอร์นิเจอร์โดยตรง
เวลาเห็นคราบสกปรกบนโต๊ะอาหาร หน้าเตาแก๊ส หรือหน้าจอกระจก หลายคนชอบหยิบกระบอกสเปรย์มาฉีดพ่นน้ำยาใส่หน้าพื้นผิวแบบเน้นๆ
ทำไมต้องหยุด: การฉีดน้ำยาลงไปตรงๆ จะทำให้เกิดคราบน้ำยาเยิ้มสะสม และความชื้นที่มากเกินไปอาจซึมลงตามร่องไม้หรือร่องอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เฟอร์นิเจอร์พังไว แถมคราบน้ำยาที่แห้งไม่สนิทจะกลายเป็น "กาวดักฝุ่น" ชั้นดี ทำให้ฝุ่นมาเกาะแน่นกว่าเดิมอีกค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ให้ ฉีดน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อน พอให้ผ้าหมาดๆ แล้วจึงนำผ้าไปเช็ดพื้นผิว วิธีนี้ช่วยประหยัดน้ำยา คุมความชื้นได้ดี และไม่ทิ้งคราบเหนียวไว้ดักฝุ่นค่ะ
3. เลิก "กวาดบ้านก่อนปัดฝุ่นชั้นบน" (ทำย้อนศร)
พฤติกรรมนี้เป็นวิถีขยันที่ทำให้เหนื่อยสองเท่า คือการจัดระเบียบ กวาดพื้น ถูพื้นด้านล่างจนเอี่ยมอ่อง แล้วค่อยหันมาเช็ดหลังตู้ ปัดฝุ่นชั้นวางของ หรือถอดฟิลเตอร์แอร์มาล้าง
ทำไมต้องหยุด: เพราะตามหลักแรงโน้มถ่วง เมื่อคุณเช็ดฝุ่นจากที่สูง ฝุ่นละอองเหล่านั้นจะร่วงหล่นลงสู่พื้นด้านล่างทันที เท่ากับว่าพื้นห้องที่คุณเพิ่งกวาดถูไปจนเงาวับ กลับมาสกปรกใหม่อีกรอบทันตาเห็น
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: ท่องกฎ "จากบนลงล่าง" (Top to Bottom) เสมอค่ะ เริ่มเคลียร์ฝุ่นจากหลังตู้ ชั้นวางของ โต๊ะอาหาร ลงมาเรื่อยๆ แล้วปิดท้ายมื้อด้วยการกวาดและถูพื้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทีเดียวจบ ไม่เหนื่อยซ้ำซ้อนค่ะ
4. เลิก "ดองเครื่องมือทำความสะอาด" ไว้ล้างทีหลัง
กวาดถูบ้านเสร็จเหนื่อยๆ หลายคนมักจะเอาไม้ถูพื้นพิงกำแพงไว้ ทิ้งถังน้ำดำๆ ไว้ในห้องน้ำ หรือเก็บเครื่องปั่นอาหารที่เพิ่งปั่นซุปเสร็จแช่น้ำทิ้งไว้ในซิงค์ กะว่าเดี๋ยวนอนพักสักครู่ค่อยมาล้าง
ทำไมต้องหยุด: อุปกรณ์ที่เปียกชื้นและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เช่น ผ้าถูพื้นหรือฟองน้ำล้างจาน หากทิ้งไว้ในสภาพอับชื้น แบคทีเรียและ เชื้อราดำ จะเจริญเติบโตพุ่งกระฉูดภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับรุนแรง พอเราเอาไปถูบ้านครั้งต่อไป เท่ากับเรากำลังเอาเชื้อโรคไปทาเคลือบไว้ทั่วบ้านเลยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: กัดฟันทำต่ออีก 5 นาทีค่ะ ซักผ้าถูพื้น ล้างถังน้ำ บิดให้แห้งสนิทแล้วตากในที่ร่มที่มีลมโกรก ส่วนเครื่องครัวและเครื่องปั่นแยกชิ้นส่วนล้างทันทีหลังใช้งาน บ้านจะไร้กลิ่นอับชื้นและสะอาดปลอดภัยระดับสิบค่ะ
5. เลิกใช้ "น้ำยาเยอะเกินไป" เพราะคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งสะอาด
เวลาถูพื้นหรือล้างห้องน้ำ หลายคนชอบเทน้ำยาทำความสะอาดลงไปเยอะๆ จนฟองฟู่ กลิ่นหอมฉุนกึก เพราะรู้สึกสะใจและคิดว่าจะฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่า
ทำไมต้องหยุด: การใส่น้ำยาเกินขนาดจะทำให้ทิ้งคราบฟิล์มเหนียวๆ ของน้ำยาเคลือบอยู่บนผิวพื้น ผลคือเดินแล้วจะรู้สึกเหนียวเท้าเหนอะหนะ และคราบเหนียวนี้จะดูดจับเศษฝุ่น เส้นผม ขนสัตว์ ได้ไวขึ้นเป็น 2 เท่า ทำให้บ้านสกปรกเร็วขึ้นกว่าเดิม แถมกลิ่นที่ฉุนเกินไปก็แฝงสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจด้วยค่ะ
เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน: อ่านฉลากข้างขวดและใช้ฝาตวงตามอัตราส่วนที่ระบุไว้เป๊ะๆ ก็เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดแล้วค่ะ