1
พูดคุยเรื่อง งานอดิเรกต่างๆ / ควรระวัง ผลเสียกับผู้ป่วย ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารสายยาง
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ วันนี้ เวลา 05:25:10 PM »ควรระวัง ผลเสียกับผู้ป่วย ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารสายยาง
การรับประทานอาหารทางสายยาง (Tube Feeding) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่หาก "วิธีการ" หรือ "สภาวะของอาหาร" ไม่ถูกต้อง อาจเกิดผลเสียและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ครับ
ผลเสียและข้อควรระวังสำคัญที่ผู้ดูแลต้องหมั่นสังเกตครับ:
1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร (พบบ่อยที่สุด)
ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารปั่นไม่สะอาด, อาหารมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงเกินไป หรือให้ในอัตราที่เร็วเกินไปจนลำไส้ดูดซึมไม่ทัน
ท้องอืดและสำรอกอาหาร (Gastric Retention): เกิดจากอาหารมื้อเก่าที่ยังย่อยไม่หมดค้างอยู่ในกระเพาะ หากฝืนให้มื้อใหม่เข้าไปจะทำให้แน่นท้องและเสี่ยงต่อการอาเจียน
ท้องผูก (Constipation): เกิดจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือกากใยในอาหารปั่นมีน้อยเกินไป
2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ (อันตรายรุนแรง)
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): หากจัดท่าทางไม่ถูกต้อง อาหารอาจไหลย้อนกลับจากกระเพาะเข้าสู่หลอดลมและปอด ทำให้ติดเชื้อรุนแรง
ข้อระวัง: ต้องยกหัวสูงอย่างน้อย 30−45 องศาขณะให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง
3. ภาวะแทรกซ้อนทางโภชนาการและเลือด (Metabolic)
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ผู้ป่วยมักได้รับน้ำไม่พอหากผู้ดูแลไม่ให้น้ำตาม (Flush) ในปริมาณที่แพทย์กำหนด
น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia): หากสูตรอาหารมีส่วนผสมของน้ำตาลหรือแป้งมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน
Electrolyte Imbalance: ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต
4. ปัญหาที่ตัวสายและผิวหนัง
แผลกดทับจากสาย (Pressure Necrosis): สายยางที่จมูกอาจกดทับปีกจมูกจนเป็นแผล หรือสายหน้าท้องที่แน่นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ
สายยางอุดตัน (Tube Clogging): เกิดจากล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหารหรือยา ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและต้องเปลี่ยนสายใหม่บ่อยครั้ง
🛡️ วิธีป้องกันและแนวทางปฏิบัติ
สิ่งที่ต้องทำ วัตถุประสงค์
ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) ป้องกันท้องอืดและสำลัก (หากเหลือเกิน 100-150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหาร)
ล้างมือและอุปกรณ์ทุกครั้ง ป้องกันการติดเชื้อและท้องเสีย
Flush น้ำ 30-50 ml ก่อน-หลัง ป้องกันสายตันและภาวะขาดน้ำ
เช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง มั่นใจว่าอาหารลงกระเพาะ ไม่ได้เลื่อนไปอยู่ที่หลอดอาหารหรือปอด
💡 สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที
ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว ขณะให้อาหาร (สงสัยอาหารเข้าปอด)
ท้องแข็งตึง และผู้ป่วยดูเจ็บปวด
มีเลือดสดๆ ออกมาทางสายยาง
สายหลุด (ห้ามใส่กลับเองเด็ดขาด)
การรับประทานอาหารทางสายยาง (Tube Feeding) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่หาก "วิธีการ" หรือ "สภาวะของอาหาร" ไม่ถูกต้อง อาจเกิดผลเสียและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ครับ
ผลเสียและข้อควรระวังสำคัญที่ผู้ดูแลต้องหมั่นสังเกตครับ:
1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร (พบบ่อยที่สุด)
ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารปั่นไม่สะอาด, อาหารมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงเกินไป หรือให้ในอัตราที่เร็วเกินไปจนลำไส้ดูดซึมไม่ทัน
ท้องอืดและสำรอกอาหาร (Gastric Retention): เกิดจากอาหารมื้อเก่าที่ยังย่อยไม่หมดค้างอยู่ในกระเพาะ หากฝืนให้มื้อใหม่เข้าไปจะทำให้แน่นท้องและเสี่ยงต่อการอาเจียน
ท้องผูก (Constipation): เกิดจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือกากใยในอาหารปั่นมีน้อยเกินไป
2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ (อันตรายรุนแรง)
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): หากจัดท่าทางไม่ถูกต้อง อาหารอาจไหลย้อนกลับจากกระเพาะเข้าสู่หลอดลมและปอด ทำให้ติดเชื้อรุนแรง
ข้อระวัง: ต้องยกหัวสูงอย่างน้อย 30−45 องศาขณะให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง
3. ภาวะแทรกซ้อนทางโภชนาการและเลือด (Metabolic)
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ผู้ป่วยมักได้รับน้ำไม่พอหากผู้ดูแลไม่ให้น้ำตาม (Flush) ในปริมาณที่แพทย์กำหนด
น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia): หากสูตรอาหารมีส่วนผสมของน้ำตาลหรือแป้งมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน
Electrolyte Imbalance: ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต
4. ปัญหาที่ตัวสายและผิวหนัง
แผลกดทับจากสาย (Pressure Necrosis): สายยางที่จมูกอาจกดทับปีกจมูกจนเป็นแผล หรือสายหน้าท้องที่แน่นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ
สายยางอุดตัน (Tube Clogging): เกิดจากล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหารหรือยา ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและต้องเปลี่ยนสายใหม่บ่อยครั้ง
🛡️ วิธีป้องกันและแนวทางปฏิบัติ
สิ่งที่ต้องทำ วัตถุประสงค์
ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) ป้องกันท้องอืดและสำลัก (หากเหลือเกิน 100-150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหาร)
ล้างมือและอุปกรณ์ทุกครั้ง ป้องกันการติดเชื้อและท้องเสีย
Flush น้ำ 30-50 ml ก่อน-หลัง ป้องกันสายตันและภาวะขาดน้ำ
เช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง มั่นใจว่าอาหารลงกระเพาะ ไม่ได้เลื่อนไปอยู่ที่หลอดอาหารหรือปอด
💡 สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที
ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว ขณะให้อาหาร (สงสัยอาหารเข้าปอด)
ท้องแข็งตึง และผู้ป่วยดูเจ็บปวด
มีเลือดสดๆ ออกมาทางสายยาง
สายหลุด (ห้ามใส่กลับเองเด็ดขาด)
กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้









